แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคทสตรีท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคทสตรีท แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

Tokyo Trendy 18


โตเกียว เทรนด์ดี 18
          จากหน้าร้าน 45rpm เดินขึ้นไปอีกหน่อยจะเจอทางแยกเข้าซอย ให้เดินข้ามทางแยกนี้ขึ้นไปตามถนนเมจิ ก็จะพบกับร้านPaul Smith แบรนด์เก๋ๆเท่ๆจากเกาะอังกฤษ โดดเด่นด้วยลายเส้นหลากสี (Multi Strips) ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาลุยตลาดญี่ปุ่น จนเป็นที่นิยมของหนุ่มสาวชาวอาทิตย์อุทัยไปทั่วเกาะ และสามารถลงหลักปักฐานขยายสาขาทั่วญี่ปุ่นไปแล้วถึง200กว่าสาขา และมีแบรนด์ย่อยแยกตามกลุ่มสินค้าอีกเพียบ เช่น PS Paul Smith, Paul Smith JEANS, R.NEWBOLD สำหรับคุณผู้ชาย หรือ Paul Smith BLACK, Pual by Paul Smith (Paul x) สำหรับคุณผู้หญิง เวลาจะเข้าร้านโปรดสังเกตุแบรนด์หรือป้ายหน้าร้านนิดนึงนะครับว่าเป็นของคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิง เพราะหลายท่านพลาดมาเยอะแล้ว ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าทุกร้านจะมีทั้งของผู้ชายและผู้หญิง          
ร้านPaul Smith บนถนนเมจินี้เป็น Flagship Store ใครตามหาสินค้าออกใหม่รุ่นไหน มาที่นี่ไม่ค่อยผิดหวังครับ เพราะนอกจากเสื้อผ้าแล้ว องค์ประกอบความงามความหล่อก็ครบไลน์ ทั้ง รองเท้า กระเป๋า แว่นตา น้ำหอม ไม่เว้นแม้กระทั่งชั้นใน เรียกว่าถ้าเป็นสาวกแล้วละก็ ใส่Paul Smithครบทุกชิ้น ออกจากบ้านได้ไม่อายใครเลย แต่ร้านนี้เค้ามีแต่สินค้าสำหรับคุณผู้ชายล้วนๆ ส่วนคุณผู้หญิงก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะตอนนี้ Paul Smith เค้ากำลังจะออกCollectionใหม่สำหรับ PROJECT 10 รับรองว่าได้ซื้อกันอย่างหนำใจแน่ แต่ต้องเป็นแฟนกระโปรงสั้นเท่านั้นนะครับ  เพราะProject 10 ครั้งที่2นี้ เค้าออกแบบมาสำหรับสาวขาเรียวโดยเฉพาะ เป็นกระโปรงสั้น(Mini Skirt) พิมพ์ลายแตกต่างกันถึง 64ลาย แต่จำกัดเพียงลายละ10ตัวเท่านั้น ใครถึงก่อนมีสิทธิก่อน แล้วอย่างนี้คุณสาวๆขาสวยจะพลาดได้อย่างไร
                PROJECT 10  เป็นโครงการพิเศษของ Paul Smith ที่จะออกสินค้าที่จำกัดจำนวน(Limited Edition) แต่มีความพิเศษตรงที่สินค้าแต่ละชนิดจะมีลวดลายหลากหลาย แต่ละลวดลายจะจำกัดการผลิตเพียงแค่10ชิ้นเท่านั้น สินค้าแต่ละชิ้นจะมีหมายเลขลำดับ1-10 และจะถูกกำหนดให้วางขายเพียงแค่สาขาเดียวลายเดียวเท่านั้น     PROJECT 10 โครงการแรกเป็นกระเป๋าสะพายสำหรับคุณผู้ชายเรียกว่า PROJECT 10:BAG มีลวดลายทั้งสิ้น138ลาย ทยอยวางจำหน่ายสัปดาห์ละ10ลาย เริ่มตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมเองก็มีโอกาสได้ครอบครองมา1ใบ จากห้างไดมารุ สาขาชินไซบาชิที่โอซาก้า ตอนเห็นครั้งแรกที่เกียวโต ลายมันยังไม่ค่อนโดน แต่พอมาเจอที่โอซาก้านี่ใช่เลยครับ ปิ๊งแต่ไกลเพราะดูยังไงก็Paul Smith แต่เสียดายที่ได้หมายเลข 5 ถ้าไปเร็วกว่านี้อาจได้เลขสวยๆอย่างหมายเลข 1  7 หรือ 8 ก็ได้   โดยเฉพาะหมายเลข 7 นี่คนญี่ปุ่นนิยมกันมากเพราะเป็นลัคกี้นัมเบอร์ของเค้าเลย แต่ถ้าเป็นเลข 4  นี่ไม่ค่อยดีครับ เพราะเลข 4ในภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า“ชิ “บังเอิญไปพ้องเสียงกับคำว่า“ชิ “อีกคำที่แปลว่าตาย กระเป๋าที่มีหมายเลข 4 จึงมักจะเหลือเป็นใบท้ายๆเสมอ
หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากกระเป๋าของคุณผู้ชาย ใบไม้ร่วงปีนี้Paul Smith ก็ได้ฤกษ์เข็นโครงการที่2 มาให้สาวเปรี้ยวได้นุ่งสั้นท้าลมหนาวกัน PROJECT 10:MINI SKIRT กระโปรงสั้นพิมพ์ลายจะเริ่มทยอยวางจำหน่ายวันแรกในวันที่9ตุลาคมนี้ โดยจะมีลวดลายทั้งสิ้น64ลาย ในโตเกียวจะมีเพียงแค่15ลายและวางจำหน่ายในร้าน Pual by Paul Smith (Paul x) 13สาขาเท่านั้น ที่ใกล้ที่สุดก็ที่ห้างเซย์บุสาขาชิบุยะ และPaul Smith SPACE ย่านโอโมเทะซันโด แต่อย่าไปวันพุธนะครับเพราะเป็นวันหยุด หรือที่สาขาไดคันยามะ ซึ่งพิเศษกว่าสาขาที่อื่นตรงที่จะมีลายให้เลือกมากถึง3ลายและที่นี่เค้าปิดวันอังคาร  ส่วนย่านอื่นๆก็ยังมีที่
ห้างอิเซตันสาขาชินจูกุ  ห้างทาคาชิมายะสาขาชินจูกุและสาขาทามะงาว่า  ห้างมิตสุโกชิสาขากินซ่าและสาขา
นิฮอมบาชิ  ห้างฮังคิวสาขายูรัคโจ  ห้างไดมารุสาขามารุโนะอุจิ  ห้างโทบุสาขาอิเคะบุคุโร  ห้างเซย์บุสาขาอิเคะบุคุโระ และห้างแกรนด์ดูโอสาขาทาจิคาวะ แต่จำให้ขึ้นใจ ใครชอบลายไหนต้องไปสาขาที่มีลายนั้น เค้าไม่มีการขายข้ามสาขา
นอกจาก Flagship Store บนถนนเมจิแล้ว ในCat Street ก็ยังมีร้าน Paul Smith JEANS และR.NEWBOLD อีกด้วย ถ้าอยากลองแวะไปดู ก็แค่เดินออกจากร้าน Paul Smith แล้วก็เลี้ยวขวาไปตามถนนเมจิ จะเจอซอยแรก ก็สามารถเชื่อมไปCat Streetได้เลย เดินเข้าซอยนี้ไปนิดนึงแล้วเลี้ยวซ้ายไปหน่อยก็จะเจอทั้ง2ร้านตั้งอยู่เยื้องๆกัน

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

Tokyo Trendy 17

โตเกียว เทรนด์ดี 17
                ถนนตรงหน้าห้างBic Camera ก็คือถนนเมจิ (Meiji Dori) สังเกตุง่ายๆคือถ้ายืนอยู่หน้าห้างฯ ถนนที่มีรถวิ่งผ่านด้านคุณหน้านั่นแหละครับใช่เลย แต่ถ้าไม่แน่ใจก็ลองตรวจสอบดูก่อนว่าถนนเส้นนี้วิ่งขนานไปกับทางรถไฟยกระดับหรือเปล่า ถ้าใช่ละก็ไม่ผิดแน่ครับ ถนนเมจินี้เป็นถนนสายสำคัญ เป็นถนนสายหลักเส้นหนึ่งของกรุงโตเกียวเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นถนนที่วิ่งจากฝั่งตะวันตกของกรุงโตเกียว โดยมีจุดเริ่มต้นแถวๆย่านเอบิสึ (Ebisu)วนขึ้นไปทางเหนือแล้วโค้งลงมาทางฝั่งตะวันออกจนสุดที่อ่าวโตเกียวแถบย่านชินคิบะ(Shin-Kiba) หรือจะเรียกว่าเป็นถนนวงแหวนชั้นในสุด คล้ายๆกับถนนรัชดาภิเษกของกรุงเทพฯเราก็ว่าได้
                ถนนเมจินี้วิ่งผ่านย่านสำคัญๆที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีอย่าง อิเคะบุคุโระ ชินจูกุ ฮาราจูกุ และชิบุยะ โดยวิ่งขนานไปกับทางรถไฟของเจอาร์สายยามาโนเทะ (JR Yamanote Line)ช่วงจากสถานีเอบิสึไปจนถึงสถานี
อิเคะบุคุโระ และยังมีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำตาล Fukutoshin line วิ่งอยู่ข้างใต้อีกด้วย  จากหน้าห้าง Bic Camera ถ้าหันหน้าออกไปทางถนนเมจิ  จะไปฮาราจูกุก็ไปทางซ้าย เดินไปครู่เดียวก็จะผ่านโรงแรมTokyu Inn เลยไปอีกนิดก็จะเจอสวนสาธารณะมิยะชิตะ(Miyashita Park) ส่วนที่1  พอข้ามทางแยกที่มีสัญญานไฟจราจรไปแล้ว  ก็ยังเป็นสวนสาธารณะมิยะชิตะอยู่แต่เป็นส่วนที่2 ซึ่งเป็นสวนที่แปลกดีครับ ความที่ย่านชิบุยะนี้เป็นเนินสลับกับทางราบ สวนฯมิยะชิตะช่วงนี้ก็เลยเป็นสวนฯยกระดับและเอาพื้นที่ด้านล่างใต้สวนฯมาทำเป็นที่จอดรถ ดูสิครับว่าญี่ปุ่นเค้าใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าแค่ไหน ถนนช่วงนี้ร้านรวงยังดูไม่ค่อยน่าตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่  ถือว่าเดินเบาๆเอาแรงเก็บไว้ก่อน พอใกล้จะสุดสวนฯให้คุณมองไปยังฝั่งตรงข้าม  จะเห็นถนนเล็กๆเส้นนึงแยกออกจากถนนเมจิไป ถนนนี้มีชื่อเต็มๆว่า Kyu Shibuya-River Street ซึ่งถ้าไปถามวัยรุ่นแถวนั้นคงสั่นหัวไม่รู้จักกันเป็นแน่ แต่ถ้าถามว่า Cat Street ละก็ตอบ ไฮ่ ไฮ่ ที่แปลว่าใช่ กันทุกคน
          Cat Street นั้นเริ่มต้นจากถนนเมจิช่วงฝั่งตรงข้ามกับสวนสาธารณะมิยะชิตะ ส่วนที่2 ลัดเลาะผ่านอาคารบ้านเรือนที่เงียบสงบไปตามแนวคลองเล็กๆที่ปัจจุบันถูกถมจนเหลือแค่ทางระบายน้ำ ไปจนออกที่ถนนโอโมเทะซันโด(Omote Sando) แล้วทะลุข้ามไปฝั่งฮาราจูกุได้ เพราะเคยเป็นส่วนที่เงียบสงบมาก่อนก็เลยทำให้ถนนเล็กๆสายนี้มีเจ้าแมวเหมียวมาพำนักอาศัยและเดินเล่นเพ่นพ่านให้เห็นอยู่เป็นประจำ จนคนที่ผ่านไปมาแถวนั้นพากันเรียกถนนเล็กๆสายนี้ว่า Cat Street จนติดปากมาถึงทุกวันนี้ และถนนแมวเหมียว หรือ Cat Street นี้เป็นหนึ่งในถนนสายที่ผมชอบมาก เพราะไม่พลุกพล่านเหมาะกับการเดินเล่นดูดน่นนี่นั่นแต่ในความสงบของถนนสายนี้มีสิ่งที่สยบความเคลื่อนไหวได้อย่างชงัด นั่นก็คือร้านขายสินค้าแบรนด์แนมระดับโลก และระดับท้องถิ่นให้คุณช้อปได้ในบรรยากาศเงียบๆสบายๆแต่แฝงไว้ด้วยความมีดี  แตกต่างไปจากความพลุกพล่านของถนนเมจิที่ขนานกันอยู่และห่างออกไปเพียงแค่ไม่กี่สิบเมตร ทั้งถนนเมจิและCat street ต่างก็มีดีและโดดเด่นกันไปคนละแบบ ถ้าชอบแบบเท่ห์ๆก็ต้องCat Street แต่ถ้าชอบแบบเริ่ดๆก็ถนนเมจิ  แต่ถ้าเป็นขาช้อปตัวจริง ไม่ควรพลาดทั้งสองเส้นครับ
ขอเริ่มพาคุณเดินสำรวจถนนเมจิกันก่อนนะครับ แล้วเราค่อยย้อนกลับมาCat Street อีกที เริ่มต้นจากถนนเมจิ ตรงปากทางเข้าCat Street เดินขึ้นไปนิดเดียวจะเจอสะพานลอยคนข้ามอันแรก ถัดไปอีกนิดก็จะเจอกับร้าน45rpm ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นที่โดดเด่นด้วยยีนส์สัญชาติญี่ปุ่นแท้ และโด่งดังข้ามโลกไปถึงนิวยอร์คและปารีส แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมักจี่ในสยามประเทศเท่าใดนัก ยิ่งถ้าไม่ได้เป็นแฟชั่นนิสต้าละก็คงไม่เคยได้ยินชื่อนี้เป็นแน่ ใครที่กำลังเบื่อยีนส์ฮอตยี่ห้อฮิตที่ใส่ตามติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง และกำลังมองหาความต่าง ไม่ควรพลาดแวะชมร้าน45rpm เพราะที่นี่เค้าเน้นยีนส์ทรงตรงมาตรฐาน พิถีพิถันกับการเลือกใช้วัตถุดิบ การตัดเย็บที่ปราณีตบรรจง และย้อมสียีนส์สวยเข้มได้ใจ ใส่แล้วสบาบเนื้อสบายตัวไม่แข็งกระด้างเสียดสีผิวนุ่มของคุณสาวๆให้ระคายเคือง นอกจากยีนส์แล้วเสื้อผ้าแนวCasual Wear ก็มีให้เลือกอีกมากแบบ โดยมีsub-brand ให้เลือกอีก4ตัวคือ Badou-R,  umii 908,  R by 45rpm และ 45rpm& ใครชอบแนวไหนไปดูไปเลือกกันเองนะครับ เค้ามีสาขาทั่วญี่ปุ่นถึง50กว่าแห่ง แต่ที่สาขาชิบุยะนี้เค้าเน้นยีนส์มากเป็นพิเศษ